ขี้เหล็ก
ส่วนที่เป็นยา ใบอ่อนและดอก
สรรพคุณยา ดอกตูมและใบอ่อน รสขม ช่วยระบายท้อง ดอกตูมทำให้นอนหลับ เจริญอาหาร
วิธีใช้ อาการท้องผูก ใช้ใบขี้เหล็ก4-5กำมือ ต้มน้ำดื่มก่อนอาหาร หรือเวลามีอาการนอนไม่หลับ กังวลเบื่ออาหาร ให้ใช้ใบแห้งหนัก30กรัม หรือใช้ใบสดหนัก50กรัม ต้มเอาน้ำรับประทานก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนเป็นยาดองเหล้า (ใส่เหล้าขาวพอท่วมยาแช่เอาไว้ 7 วัน ต้องมีการคนทุกวันๆละครั้ง ให้สม่ำเสมอ กรองกากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก ให้ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนนอน
คุณค่าด้านอาหาร ดอกตูมและใบอ่อนของขี้เหล็กมีรสขม ต้องคั้นน้ำทิ้งหลายๆครั้งก่อนนำมาปรุงอาหาร นิยมทำเป็นแกงกะทิ หรือผักจิ้ม ช่วยระบายท้องได้ดี มีวิตามินเอ วิตามินซีค่อนข้างสูง มีมากในดอกมากกว่าใบ เอาใบขี้เหล็กมาบ่มรวมกับผลไม้จะช่วยให้ผลไม้สุกเร็วขึ้น
ทับทิม
การปลูก ใช้เมล็ดหรือตอนกิ่ง นิยมเพาะเมล็ดมากกว่า ชอบดินเหนียวปนหินและชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ต้องการแสงแดดมาก เหมาะปลูกในต้นฤดูฝน เมื่ออายุ6เดือน อย่าให้ร่มไม้ใหญ่บังต้นทับทิมจะแคระแกร็น ไม่ออกดอกออกผล ควรดูแลกำจัดศัตรูพืชด้วย
ส่วนที่เป็นยา เปลือกผลแห้ง
สรรพคุณยา รสฝาด เป็นยาฝาดสมาน
วิธีใช้ เปลือกทับทิมใช้เป็นยาแก้ท้องเดินและโรคบิด อาการท้องเดิน : ใช้เปลือกผลแห้งประมาณ 1 ใน 4 ของผล ฝนกับน้ำฝนหรือน้ำปูนใสข้นๆ รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนแกง หรือต้มกับน้ำปูนใสแล้วดื่มน้ำที่ต้มก็ได้, โรคบิด : โรคนี้มีอาการปวดเบ่งและมีมูกออกมาด้วย หรืออาจจะมีเลือดออกมาปนกับมูก ให้ใช้เปลือกผลแห้งของทับทิมครั้งละ 1 กำมือ(35กรัม) ต้มกับน้ำดื่มวันละ 2 ครั้ง
คุณค่าทางอาหาร ทับทิมใช้รับประทานเป็นผลไม้มีรสหวานหรือเปรี้ยวอมหวาน มีวิตามินซี รวมทั้งเกลือแร่อื่นๆ ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้ดี
ฝรั่ง
การปลูก นิยมขยายพันธ์โดยการตอนกิ่ง ชอบดินร่วนปนทราย อุดมด้วยธาตุอาหาร ไม่ชอบน้ำขังแฉะ ไม่ชอบอากาศเย็นจัด ควรปลูกในฤดูฝน ปลูกโดยการขุดหลุมใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมเอาไว้
ส่วนที่เป็นยา ใบแก่สดหรือผลอ่อน
วิธีใช้ ผลอ่อนและใบแก่ของฝรั่งแก้ท้องเสียได้ดี แก้อาการท้องเดิน ซึ่งเป็นยาแก้อาการท้องเดินแบบไม่รุนแรง ที่ไม่ใช่เชื้อบิดหรืออหิวาตกโรค โดยใช้ใบแก่ 10-15 ใบ ปิ้งไฟแล้วชงน้ำร้อนดื่ม หรือให้ใช้ผลอ่อน 1 ผล ฝนกับน้ำปูนใส ดื่มเมื่อมีอาการท้องเสีย
คุณค่าทางอาหาร ฝรั่งแก่จัดหรือสุกเป็นผลไม้ทึ่ดีมาก เนื้อฝรั่งมีวิตามินสูง ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคเลือดออกตามไรฟันหรือโรคลักปิดลักเปิดได้ดี นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอ ธาตุเหล็ก แคลเซี่ยมและเกลือแร่อื่นๆ
ฝรั่งมีฤทธิ์ดับกลิ่นปากได้ดีเยี่ยม เช่น เคี้ยวใบฝรั่งใบเดียวก็ดับกลิ่นปากได้ดีมาก ลูกฝรั่งสุกวางไว้ในโลงศพ ยังสามารถดับกลิ่นเหม็นเน่าของศพได้ดี
มะขาม
การปลูก นิยมขยายพันธ์ด้วยการทาบกิ่ง ติดตาหรือต่อกิ่ง
ส่วนที่เป็นยา เนื้อฝักแก่ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
สรรพคุณยา เนื้อฝักแก่รสเปรี้ยว เป็นยาระบาย ขับเสมหะ เนื้อเม็ดมะขามรสมันใช้ขับพยาธิ
วิธีใช้ อาการท้องผูก : ใช้มะขามเปียกรสเปรี้ยว 10-20 ฝัก(70-150กรัม)จิ้มเกลือรับประทาน แล้วดื่มน้ำตามมากๆ หรือคั้นน้ำใส่เกลือเล็กน้อยดื่มเป็นน้ำมะขามก็ได้, พยาธิไส้เดือน : นำเอาเมล็ดแก่มาคั่วแล้วกะเทาะเปลือกออก เอาเนื้อในเมล็ดไปแช่น้ำเกลือจนนุ่ม รับประทานครั้งละ 20-30 เมล็ด, อาการไอ มีเสมหะ : ใช้เนื้อในฝักแก่หรือมะขามเปียกจิ้มเกลือรับประทานพอสมควร
คุณค่าทางอาหาร ยอดอ่อนใช้ใส่ต้มยำปลากรอบ ทำให้มีรสเปรี้ยว ยอดมะขามอ่อนมีวิตามินเอมาก ฝักมะขามอ่อนมีสารอาหาร เช่นเดียวกับยอดมะขามอ่อน ใช้ตำน้ำพริกมะขามอ่อนหรือจิ้มเกลือรับประทานก็ได้ ส่วนมะขามเปียกรสเปรี้ยวใช้ปรุงแกงส้ม แกงคั่ว ต้มโคล้ง ต้มส้มได้ทั้งสิ้น คั้นเอาน้ำมะขามใส่น้ำตาลเกลือ ใส่น้ำแข็ง เป็นเครื่องดื่มอย่างดี อร่อย ชุ่มคอ ลดความร้อนของร่างกายได้ดี
มะละกอ
การปลูก ใช้เมล็ดปลูก ชอบดินร่วนซุย น้ำไม่ขัง แดดจัดๆ โดยเพาะเป็นกล้าสูง 4-5 นิ้ว ย้ายมาปลูกที่เตรียมไว้ ก่อนปลูกให้ตัดใบออกบ้าง ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2 เมตร
คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินเอ เป็นจำนวนมาก ช่วยบำรุงสายตา และยังประกอบไปด้วยน้ำตาล วิตามินบีหนึ่ง บีสอง วิตามิตซี เกลือแร่ต่างๆเช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส รวมทั้งกากใยอาหาร มะละกอดิบมีน้ำย่อย "พาเพน" ช่วยย่อยเนื้อสัตว์ได้ดีมาก มะละกอสุกช่วยให้การขับถ่ายสะดวกขึ
มะขามแขก
การปลูก ใช้เมล็ดปลูก ทนความแล้งได้ดีมาก อายุสั้นเพียง 1-2 ปีเท่านั้น
ส่วนที่เป็นยา ใบแห้งและฝักแห้ง
สรรพคุณยา ใบและฝักใช้เป็นยาถ่าย
วิธีใช้ เป็นยาถ่าย ใช้ใบแห้ง 1-2 กำมือ (หนัก 3-10 กรัม) ต้มน้ำดื่ม หรือบดเป็นผงชงน้ำดื่มก็ได้ ไม่ควรทานติดต่อกันนานๆจะทำให้ขาดโปแตสเซี่ยม ถ้าจำเป็นให้ทานโปแตสเซี่ยมควบคู่กัน หญิงมีครรภ์หรือมีประจำเดือน-ห้ามรับประทาน
มังคุด
การปลูก นิยมขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ต้นมังคุดจะให้ผลเมื่ออายุ 10 ปีเศษ
ส่วนที่เป็นยา เปลือกผลแห้ง
สรรพคุณยา รสฝาด แก้ท้องเสีย บิด มูกเลือด น้ำต้มเปลือกมังคุดใช้ล้างแผลช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น แต่ควรระวังเรื่องขนาดการใช้ เพราะสารในเปลือกมังคุดมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางและเพิ่มความดันเลือดได้
วิธีใช้ อาการท้องเสีย ใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำปูนใส หรือฝนกับน้ำดื่มได้, อาการเป็นบิด (ปวดเบ่ง มีมูก และอาจมีเลือดออก) ใช้เปลือกแห้งครึ่งผล (4 กรัม) ย่างไฟให้เกรียม ฝนกับน้ำปูนใสประมาณครึ่งแก้ว หรือบดเป็นผงละลายน้ำข้าวต้ม หรือน้ำสุกดื่มทุก 2 ชม.
ว่านหางจรเข้
การปลูก ใช้หน่ออ่อน ต้องการน้ำมาก แต่ต้องระบายน้ำดีมิฉะนั้นรากจะเน่า ชอบแดดรำไร ถ้าโดนแดดจัดใบจะเป็นสีน้ำตาลแดง
ส่วนที่เป็นยา วุ้นจากใบ
สรรพคุณยา ใช้ทาปูนแดงปิดขมับแก้ปวดศรีษะได้ ยางที่อยู่ในว่านหางจรเข้มีฤทธิ์ขับถ่าย ใช้ทำเป็นยาดำ วุ้นหรือน้ำเมือกใช้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้ดี เพราะวุ้นใบมีสรรพคุณรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยสมานแผลได้ด้วย
วิธีใช้ เลือกใบว่านขนาดใหญ่ ปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างยางให้สะอาดด่วยน้ำต้มสุกหรือน้ำด่างทับทิม ขูดเอาวุ้นใสมาพอกบริเวณแผล ทา 2 ครั้ง เช้า-เย็นจนกว่าแผลจะหาย ช่วยระงับความเจ็บปวด ช่วยให้แผลหายเร็ว และไม่เกิดแผลเป็น วุ้นว่านหางจรเข้ยังรักษาผิวไฟไหม้ที่เกิดจากแสงแดดเผาได้อีกด้วย แต่ควรทดสอบก่อนว่าแพ้วุ้นว่านหางจรเข้หรือไม่
เลข7ตัว11ฐาน มีเรือนใน เรือนเกณฑ์ ช่วยให้การพยากรณ์แม่นยำไม่แพ้โหราศาสตร์ไทย ดูดวงความรัก การงาน การเงิน ดูดวงทางโทรศัพท์หรือไลน์ค่ะ
ตอบลบ